she say , she sing

“I just do the same stuff I always did. I have a bigger apartment – that’s the main change.” (Norah Jones)

เมื่อคืนนี้ผมเพิ่งได้พูดคุยกดแชต MSN กับคุณปิ๊กมาครับ

คุณปิ๊กในที่นี้คืออดีตนักเขียนที่สมัครใจผันตัวเองมาเป็นมนุษย์เงินเดือน ส่วนผม…ผมเป็นอดีตคอลัมน์นิสต์(ช่วงสั้นๆ)ที่ผันตัวมาเป็นฟรีแลนด์ที่ไม่มีนิตยสารปกไหนต้องการตัว หลังจากแยกย้ายกันออฟไลน์ไป ใครจะไปรู้ได้ว่าบทสนทนาในค่ำคืนนั้นจะเกี่ยวพันกับวันวานอดีต อนาตในวันหน้า และคำพูดคำจาของนอร่า โจนส์

ย้อนกลับไปสมัยที่ผมยังเป็นคอลัมน์นิสต์อยู่ หลังจากเขียนคอลัมน์เดิมๆมาได้ราวปีเศษก็ราวกับจะเกิดความรู้สึกอิ่มตัว ผมคว้าโอกาสในการได้เขียนคอลัมน์(ที่ไม่ค่อยจะถนัดและเชียวชาญ)นี้จากคำของบ.ก.ที่บอกกับผมว่า “ถ้าคุณไม่มั่นใจว่าจะเขียนได้ ผมก็ไม่รู้จะเสียเวลากับคุณไปทำไม” ผมฟังประโยคนี้แล้วไม่คิดจะยั้งรอให้โอกาสผ่านพ้นหรือไตร่ตรองให้รอบคอบว่าตัวเองจะเขียนไหวไหม ผมรีบตอบรับคำไปทันที ตอบรับ…เพราะกลัวว่าจะเสียโอกาสที่จะได้เขียนและได้ตีพิมพ์…

จวบจนพอรู้สึกอิ่มตัวผมก็ขอความกรุณานิตยสารเพื่อหยุดเขียน นิตยสารตอบรับการตัดสินใจของผมและยกคอลัมน์นั้นให้คนอื่นเขียนแทน ในช่วงที่เอ่ยปากบอกเลิกไปนี้ผมค่อนข้างมั่นใจในการตัดสินใจมากๆ ว่าคิดมารอบคอบแล้ว ถ้าเขียนต่อไปแบบนี้ต้องไม่ดีแน่ ด้วยทั้งจะพาลเขียนได้แย่ลง สูญเสียจิตวิญาญาณไปทีละนิด และมั่นใจว่าถ้ายังฝืนเขียนต่อไปคงจะไม่มีวันได้จิตวิญาญาณเหล่านั้นกลับมาแม้แต่นิดเดียว หากแต่ตลอดเวลาผ่านมา 2 ปีที่ผ่านมา คนรอบข้างต่างพากันตักเตือนว่า “การบอกเลิกคราวนั้นถือเป็นการทำลายโอกาสตัวเองนะ อย่าได้ไปทำอีก” ผมฟังคำเตือนเหล่านี้มาตลอดและชักจะหวั่นไหวตามไปด้วยแล้วว่า สิ่งที่ได้ทำลงไปมันเป็นการตัดสินใจที่ผิดพลาดหรือเปล่านะ?

คืนวันนั้นพอได้มาเจอคุณปิ๊กผมจึงไม่ลังเลที่จะสอบถามด้วยอยากจะรู้ว่า “เวลาคนอื่นๆเขาเลิกเขียนนี่…เขาคิดอะไร คิดเหมือนเราหรือเปล่า จะเคยหวั่นไหวเหมือนเราไหมนะ” แต่จากคำตอบของคุณปิ๊ก ผมรู้สึกได้ถึงความมั่นใจในน้ำเสียง(แกคุย MSN แล้วได้ยินน้ำเสียงได้ยังไง) และความหนักแน่นของคำตอบในการตัดสินใจเลิกเขียนของเขา

ระหว่างที่พูดคุยกันนั้นผมบอกกับคุณปิ๊กไปว่า “แต่ถึงอย่างนั้นผมก็ยังจะเขียน(แบบห่วยๆ)ต่อไป และมองหานิตยสารใหม่ในการไปร่วมงานเรื่อยๆ” ผมมองไม่เห็นหน้าของคุณปิ๊กแต่เดาว่าเขาคงกำลังยิ้มตอนที่พิมพ์กลับมาว่า “อย่าท้อก็แล้วกัน” หลังจากนั้นเขาก็เล่าให้ผมฟังต่อว่า “ตอนนี้เองเขาก็กำลังเดินหน้าหาช่องทางที่จะเป็นมือถ่ายรูปประกออยู่ ซึ่งถึงแม้เขาจะรู้ตัวว่าตัวเองมีรสนิยมในการถ่ายรูปที่แปลกและเฉพาะตัวไปบ้าง แต่เขาก็ยังมั่นใจว่าสักวันจะต้องมีใครสักคนต้องการภาพถ่ายที่แสนช่างคิดและมีเสน่ห์เฉพาะทางเหล่านี้”

ในจังหวะที่คุณปิ๊กเล่ามาถึงตรงนี้ ผมกด Copy ประโยคที่เขาเคยพูด
แล้วกดวางลงมาเอ่ยกับเขาเองบ้างว่า “อย่าท้อก็แล้วกัน”
ผมไม่กล้าเดาว่าตอนนั้นเขาจะกำลังยิ้มอยู่ไหม แต่ที่แน่ๆผมกำลังยิ้มอยู่ชัวร์ๆ

 

 

หลังจากจนบทสนทนานี้ไป ผมแอบกดไปอ่านเอนทรี่เก่าๆใน Blog ของคุณปิ๊ก แล้วพบเจอกับประโยคนี้ของนอร่า โจนส์เข้า “I just do the same stuff I always did. I have a bigger apartment – that’s the main change.” ผมอ่านออก แปลได้ แต่ไม่เข้าใจถึงความหมายแฝงของมัน ผมเลยออน MSN อีกรอบเพื่อไปถามคุณปิ๊กโดยเฉพาะ(ลงทุนมาก) คุณปิ๊กช่วยแปล(ความหมายแฝงของ)ประโยคนี้ให้ผมฟังคร่าวๆแล้วปล่อยให้ผมไปคิดต่อเอาเอง ผมคิดเองไม่ค่อยออกเท่าไหร่ เลยไปกดหา The Fall อัลบั้มล่าสุดของนอร่า โจนส์มานั่งฟังเล่นๆ กับงานชิ้นนี้ถือว่ามีเสียงตอบรับที่ดีมากๆ ทั้งในแง่ของการขับร้องที่สวยงาม แนวดนตรีอันแปลกใหม่ที่ถ้าเป็นเนื้อหมูก็คงยังมีสีสดและอมชมพู(ที่เกิดจากการที่เธอเลิกรากับแฟนหนุ่มที่เคยร่วมทำเพลงด้วยกันมา แล้วหันไปร่วมงานกับโปรดิวเซอร์คนใหม่) ไล่ยาวไปจนถึงลุคใหม่ของนอร่า โจนส์เองที่หั่นผมสั้นจนหน้าตาแลดูเด็กลงไปราว 15 ปี

ระหว่างที่นั่งฟังเพลงไปหลายต่อหลายรอบ (โดยเฉพาะเพลง Chasing Pirates ที่ชอบมากเป็นพิเศษ) ผมก็พยายามที่จะมองหา “เคล็บลับความสำเร็จของนอร่า โจนส์ทั้งจากตัวผลงานและประโยคคำพูดของเธอ” ทีแรกก็คิดไม่ออกหรอกครับ เลยทำได้แค่เพียงนั่งฟังเธอพูดและเธอร้องไปเรื่อยๆ ก่อนจะมานั่งคิดถึงคำแปลที่คุณปิ๊กบอกมาว่า “ชั้นแค่ทำสิ่งที่เคยทำมาไปเรื่อยๆ และการมีอพาร์ตเมนต์ใหญขึ้นเป็นการเปลี่ยนแปลงที่ใหญ่ที่สุดในชีวิตของชั้น” จึงได้รู้ว่านี่เองที่เป็นเคล็ดลับของนักร้องสาวที่กวาดรางวัลมาแล้วหลายสถาบัน…

“แค่ทำในสิ่งที่เคยทำไปเรื่อยๆ
โดยไม่เปลี่ยนแปลงความเชื่อและไม่สนการเปลี่ยนแปลงใดๆ”

ถึงมันจะฟังดูเหมือนชีวิตจะนิ่งๆและเรื่อยๆไปสักหน่อย แต่ถ้าเราตั้งใจทำในสิ่งที่เราอยากทำไปเรื่อยๆ โดยไม่ต้องไปทำอะไรให้ยิ่งใหญ่มหาศาลหรืออะไรให้มันมากมายเกินกว่าเหตุ ขอแค่ “อย่าท้อ” ในการทำสิ่งที่เราเคยทำอยู่ และทำต่อไปอย่างสม่ำเสมอ สักวันก็จะมีวันนี้…วันที่นอร่า โจนส์ที่ตัวเธอเองรู้จักกลายเป็นนอร่า โจนส์ที่ผมและคนอีกครึ่งค่อนโลกรู้จัก

โดยสิ่งที่นอร่า โจนส์ทำมาอย่างสม่ำเสมอก็คือการร้องเพลง ถ้าเธอไม่ร้องซะอย่าง…อย่าว่าแต่ตัดผมสั้นหรือเลิกรากับแฟนเลย ต่อให้เธอตัดหัวตัวเองทิ้งหรือหันไปทำผู้ชายท้อง เธอก็คงจะไม่มีวันประสบความสำเร็จได้อย่างทุกวันนี้

ซึ่งสิ่งที่ยังหลงเหลืออยู่ในความรู้สึกของผมตอนนี้ก็คือ นอร่า โจนส์เธอทั้งพูดว่าเธอจะทำและเธอก็ทำตามที่เธอพูดไปแล้วจริงๆ ดังนั้นสิ่งเดียวที่ผมจะต้องทำบ้างก็คือ “พูดในแบบที่เธอพูดและทำในสิ่งที่ผมเคยทำมาตลอดบ้าง” คือการเขียนไปเรื่อยๆ โดยมองว่าการจะได้ลงตีพิมพ์หรือไม่ไม่ใช่เรื่องสำคัญ แค่เขียนไปเรื่อยๆ ก็พอ

คุณปิ๊กครับ…ถ่ายภาพต่อไปเรื่อยๆนะครับ ให้สักวันนึงพอความฝันความหวังของเรา 2 คนเริ่มลงตัว เราไปดื่มฉลองคลอเสียงเพลงของนอร่า โจนส์กัน แล้วพอถึงวันนั้นผมจะมาเขียน Blog ใหม่ โดยขึ้นต้นเอนทรี่ว่า “เมื่อคืนผมมีโอกาสได้ฉลองกับคุณปิ๊กมาครับ”

Add comment 25/12/2009


new entry

categorise

monthly archive

calandar

ธันวาคม 2009
อา พฤ
     
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
2728293031  

bloggang

blogroll

exteen

movie